วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

10 ความลับสุดยอดที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับร้านริมทาง

0 ความคิดเห็น

เจ้าของร้านอาหาร มีประสบการณ์ต่างๆ มา share ให้อ่านเล่นๆลองสังเกตดูว่า มันจริงมั้ย

1. แก้วน้ำล้างแบบไม่ใช้น้ำยาล้างจานเกือบทุกร้าน 90% จะล้างแบบจ้วงๆ น้ำสักสองสามครั้งเป็นอันเสร็จพิธีแล้วมันจะสะอาดมั้ยเนี่ย ยิ่งหวัด2009กำลังระบาดนะ

2. ประหยัดน้ำล้างจานกันจัง กะละมังเดียว ล้างเกือบ 200 จานร้านเหล่านี้มักมีแหล่งน้ำน้อย หรือต้องจ่ายตังค่าน้ำแพง

3. ตะเกียบเก๊าส์เก่าส์ บางร้านเป็นพลาสติกดั๊มดำ บางร่านไม้ไผ่ขึ้นราดำ เศร้าง่ะ

4. กระทะผัดแล้วผัดอีก จนกลิ่นไหม้ติด เลย ระหว่างจานแค่ราดน้ำแล้วใช้ตะหลิวเขี่ยกระทะกังเชี๊ยะ เชี๊ยะ เชี๊ยะ เสร็จเรียกว่าไม่ล้งไม่ล้างมันและ

5. น้ำเปล่าที่ให้กินฟรีน่ะ น้ำก๊อกล้วนๆ บางร้านใจดีใช้น้ำก๊อกมาต้มกะใบชา โอเคละ น้ำประปาดื่มได้

6. ทำไมมีแต่ข้าวเสาไห้ง่ะ มีข้าวหอมมะลิบ้างไหมครับ หรือว่าคนรุ่นใหม่กินข้าวหอมมะลิไม่เป็น???

7. เกือบทุกร้านไม่ใช้น้ำปลาทิพรสจริง เอาน้ำปลาถูกๆมากรอกใส่ขวดทิพรสเฉย ถ้าโชคดีก็เจอร้านที่เปลี่ยนพริกทุกวัน โชคร้ายเจอพริกเน่าข้ามปี

8. ผัดกะเพรายอดฮิตของทุกท่าน มีส่วนผสมของผงชูรสประมาณ 1 ช้อนชา (ถ้าคุณกินทุกวัน ปีนึง 300 กว่าช้อนชา) มิน่าแชมพูหยุดการหลุดร่วงของเส้นผมจึงขายดี๊ ดีอีกอย่างมีร้านไหนล้างกะเพราบ้าง สังเกตมาหลายร้านแล้ว เด็ดจากกิ่งมาผัดไม่เคยเห็นร้านไหนล้างเลย แล้วขี้ดิน สารพิษ ฯลฯ เต็มๆ

9. น้ำมันที่ใช้ผัด เป็นน้ำมันเก่า (ผ่านการทอดจนใช้ไม่ได้แล้ว) เค้าเก็บรวบรวมใส่ปี๊บเก่าๆ (ขึ้นสนิม) ขายต่อให้พ่อค้านำไปผ่านกรรมวิธีแล้วนำมาแบ่งถุงขาย (มะเร็ง แน่นอน)

10. เคยกินหมูนุ่มๆ เนื้อนุ่มๆมั้ย ทั้งหมดนั้นเค้าไม่ได้หมักด้วยกรรมวิธีธรรมชาติหรอกใช้ผงปิศาจ (เพื่อนเรียกผงปิศาจ) มาหมักให้นุ่มเร็วๆ ที่สำคัญไม่มียี่ห้อไหนผ่านการรับรองด้วยอิอิ อยากรู้ว่าแรงแค่ไหน ให้ตักใส่มือสัก 1/4ช้อนชาครับหยดน้ำลงไป1หยด กำไว้ 1 นาที หนังมือไม่ลอกก็แสดงว่าคุณไม่ใช่มนุษย์


read more “10 ความลับสุดยอดที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับร้านริมทาง”

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูง

0 ความคิดเห็น
10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูง
กรมอนามัย วิจัย 10 ผลไม้ไทย มีสารต้านมะเร็งสูง นางนัทยา จงใจเทศ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากการทำวิจัย องค์ความรู้เรื่องปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้เ พื่อส่งเสริมสุขภาพ (วิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน) ในผลไม้ที่ทำการศึกษาในผลไม้ 83 ชนิด พบว่า

ผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูงคือ
1. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
2. มะเขือเทศราชินี
3. มะละกอสุก
4. กล้วยไข่
5. มะม่วงยายกล่ำ
6. มะปรางหวาน
7. แคนตาลูปเนื้อเหลือง
8. มะยงชิด
9. มะม่วงเขียวเสวยสุก
10. สับปะรดภูเก็ต ผลไม้ทั้งหมดนี้มีเนื้อสีเหลืองและสีเหลืองเข้ม

ส่วนผลไม้ที่ไม่มีเบต้าแคโรทีนเลย
1. แก้วมังกร
2. มะขามเทศ
3. มังคุด
4. ลิ้นจี่
5. สาลี่

10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงคือ
1. มะขามป้อม
2. ฝรั่งกลมสาลี่
3. ฝรั่งไร้เมล็ด
4. มะขามเทศ
5. เงาะโรงเรียน
6. ลูกพลับ
7. สตรอเบอร์รี่
8. มะละกอสุก
9. ส้มโอขาว
10. แตงกวา
11. พุทราแอปเปิล

การศึกษานี้พบผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง 10 อันดับแรกคือ
1. ขนุนหนัง
2. มะขามเทศ
3. มะม่วงเขียวเสวยดิบ
4. มะเขือเทศราชินี
5. มะม่วงเขียวเสวยสุก
6. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
7. มะม่วงยายกล่ำสุก
8. แก้วมังกรเนื้อสีชมพู
9. สตรอเบอร์รี่
10. กล้วยไข่

ผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอีน้อยทั้ง 3 ตัว คือ สาลี่ องุ่น และแอปเปิล
ส่วนผลไม้ที่มีสารทั้ง 3 ตัว ค่อนข้างสูงคือ มะเขือเทศราชินี ทั้ง นี้ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและอี เป็นกลุ่มของสารอาหารที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่ก่อใ ห้ร่างกายเกิดการอักเสบ ทำลายเนื้อเยื่อ เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด สารทั้ง 3 ตัว โดยเฉพาะ เบต้าแคโรทีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ป้องกันเนื้องอก ลดความเสี่ยงการเป็นต้อกระจก มะเร็งและหัวใจได้ จึงควรรับประทานผลไม้ในปริมาณมากพอสมควรทุกวัน หรืออย่างน้อยวันละ 4 ส่วนของอาหารที่รับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดี.

ขอบคุณเนื้อหาจาก ลิซ่า
read more “10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูง”

จำเป็นแค่ไหนที่ต้องตรวจภายใน

0 ความคิดเห็น

รศ.พญ.มานี ปิยะอนันต์ หัวหน้า ภ.สูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา

อยู่ดีๆไปขึ้นขาหยั่งทำไม จำเป็นขนาดไหน ? คำถามคาใจของใครหลายคน การตรวจภายในแท้จริงแล้ว คือ การตรวจอวัยวะของระบบสืบพันธุ์ในสตรี โดย "ตรวจทางช่องคลอด" เพื่อหาความผิดปกติ อาทิ การติดเชื้อ เนื้องอก และมะเร็ง

คุณผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะเขินอาย หรือไม่ก็กลัวไปเลย ยิ่งในรายที่ไม่เคยตรวจภายในมาก่อนไม่ต้องพูดถึง แต่ไม่ต้องห่วง เพราะการตรวจแต่ละครั้งสูติแพทย์จะปกปิดคนไข้อย่างมิดชิด เปิดเฉพาะส่วนที่จะตรวจเท่านั้น

รู้จักอวัยวะในระบบสืบพันธุ์สตรี ประกอบด้วย (จากข้างนอกไปข้างใน)
- อวัยวะเพศภายนอก
- ช่องคลอด
- ปากมดลูก
- มดลูก
- ปีกมดลูก ซึ่งรวมรังไข่ด้วย

ธรรมชาติของการสืบพันธุ์เริ่มจาก รังไข่ของผู้หญิงสร้างไข่ จากนั้นจะเกิดการตกไข่ 1 ฟองทุกเดือน ไข่นี้ก็จะเข้ามายังท่อนำไข่แล้วหยุดคอยตัวอสุจิอยู่ตรงนี้ เมื่อมีการร่วมเพศตัวอสุจิหลายสิบล้าน หรือ เป็นร้อยล้านตัวจะถูกปล่อยออกมาตรงบริเวณปากมดลูก ตัวอสุจิจำนวนหนึ่งจะเข้า ปากมดลูก ว่ายน้ำเข้าไปในโพรงมดลูกขึ้นไปยังท่อนำไข่เพื่อหาไข่ซึ่งคอยอสุจิอยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่จะเกิดการปฎิสนธิ เป็นตัวอ่อนเคลื่อนลงมายังโพรงมดลูก เติบโตในโพรงนี่จนครบ 9 เดือนและคลอดมาชมโลกภายนอก

ดังนั้น การตรวจภายใน จึงอาศัยการดูส่วนที่มองเห็น คือ อวัยวะเพศภายนอก ช่องคลอด และปากมดลูก และอาศัยการคลำในส่วนที่มองไม่เห็น คือ มดลูก ปีกมดลูก รวมทั้งรังไข่

เริ่มตรวจ... คุณสุภาพสตรีจะต้องนอนบนเตียงที่มีขาหยั่ง เพื่อสูติแพทย์จะดูลักษณะทั่วๆ ไป ภายนอกก่อนว่ามีผื่นแผล ติ่งเนื้อ หรือก้อนที่ผิดปกติหรือไม่ จากนั้นจะถึงขั้นตอนตรวจดูในช่องคลอด ซึ่งจำเป็นต้องสอดเครื่องมือเข้าไปในช่องคลอดเพื่อถ่างเปิดให้เห็นลักษณะภายในช่องคลอดและปากมดลูก และตรวจดูว่าตกขาวมีสี กลิ่น และปริมาณผิดปกติหรือไม่ ส่วนอวัยวะที่อยู่ลึกที่สุดเท่าที่จะเห็นได้อย่างปากมดลูกก็จะได้รับการตรวจดูว่ามีแผลอักเสบหรือมีติ่งเนื้อหรือไม่
โดยปกติ สูติแพทย์จะถือโอกาสตรวจมะเร็งปากมดลูกไปพร้อมๆกัน ซึ่งไม่ยุ่งยากและไม่เจ็บเพราะใช้เครื่องมือป้ายเอาน้ำในช่องคลอด ขูดผิวปากมดลูก และช่องภายในปากมดลูกไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 3 - 7 วัน ก็จะรู้ผล

ส่วนการตรวจอีกขั้นตอน คือ ตรวจโดยคลำผ่านทางช่องคลอด โดยแพทย์จะสอดนิ้วในช่องคลอด ส่วนอีกมือหนึ่งจะกดท้องน้อยเพื่อหาความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ที่เหลือซึ่งอยู่ภายในอุ้งเชิงกราน

ตรวจแล้วดีจริงเหรอ ?
แน่นอน 100 % ยิ่งถ้าคุณสุภาพสตรีมีอายุ 40 ปีขึ้นไป เพราะ
- ได้ตรวจหามะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาว ๆ ที่แต่งงานแล้วควรตรวจหามะเร็งทุกปี แต่ในรายที่พบว่ามีการอักเสบเรื้อรังที่ปากมดลูกหรือสงสัยว่าจะมีเซลล์ผิดปกติเกิดขึ้น และอาจพัฒนาไปสู่เซลล์มะเร็ง สูติแพทย์อาจจะต้องนัดมาตรวจทุก 3 - 6 เดือน แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะปัจจุบัน หากพบว่าคุณเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้น สูติแพทย์จะสามารถรักษาให้หายขาดได้
- เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการของโรคทางนรีเวช เช่น มีตกขาวมาก มีกลิ่นเหม็น มีเลือดออกไม่ตรงกับประจำเดือน มีเลือดประจำเดือนออกนานเกิน 7 วัน คลำได้ก้อนที่อวัยวะเพศ คลำได้ก้อนในท้องน้อย หรือมีแผลที่อวัยวะเพศ

หากสูติแพทย์ซักประวัติเราควรตอบตามจริงเพื่อช่วยในการวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้น เพราะโรคบางอย่างมีอาการของโรคคล้าย ๆ กัน เช่น กรณีที่เลือดออกผิดปกติ อาจมีสาเหตุมาจากเยื่อบุมดลูกผิดปกติ เนื้องอกในมดลูก ช่องคลอดอักเสบ ปากมดลูกเป็นมะเร็ง หรือเกิดจาการท้องนอกมดลูก หรือแท้งบุตร ดังนั้นเมื่อสูติแพทย์ขอตรวจภายในก็ควรจะปฏิบัติตาม แม้ว่าจะยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน

สตรีที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้วจะไม่เจ็บเมื่อรับการตรวจ แต่สำหรับสตรีที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์จะรู้สึกตึง ๆ หรือเจ็บบ้างเล็กน้อย แต่ที่แน่ ๆ ขนาดเครื่องมือตรวจจะมีขนาดเล็กกว่าคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วแน่นอน รู้อย่างนี้หายกลัวเจ็บได้เลยค่ะ

เตรียมตัวก่อนตรวจ

1. ถ่ายอุจจาระมาก่อน สำหรับผู้ที่ท้องผูกควรกินยาระบายล่วงหน้า 2 – 3 วัน

2. ไม่ต้องโกนขน เพราะในการวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมบางโรคต้องอาศัยดูจากขนด้วย นอกจากนี้ยังทำให้เจ็บเมื่อขนขึ้นใหม่

3.ควรสวมกระโปรงเพื่อความสะดวกในการตรวจ

ที่สำคัญต้องเตรียมใจให้พร้อม คิดเสียว่าตรวจเพื่อสุขภาพ เพราะการตรวจภายในจะช่วยให้พบมะเร็งตั้งแต่เนิ่น ๆ และรับรองว่าคุณจะหายเป็นปกติแน่นอนค่ะ
read more “จำเป็นแค่ไหนที่ต้องตรวจภายใน”
 

Followers

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
กรุงเทพฯ, Thailand
ปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ KU58, ปริญญาโท บริหารธุรกิจ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2548

เคล็ดลับสาวพันปีกับอาหารเพื่อสุขภาพ Copyright 2009 Shoppaholic Designed by Ipietoon Image by Tadpole's Notez